ReadyPlanet.com
dot dot
bulletหน้าบ้าน
bulletบ้านของเรา
bulletปรัชญาโรงเรียน
bulletวิสัยทัศน์
bulletเป้าหมาย
bulletบุคลากร
bulletมื้ออร่อย
bulletติดต่อเรา
bulletแผนที่
dot
ข่าวสาร
dot
bulletคุณภาพน้ำประปาโรงเรียน
bulletผลการตรวจสุขลักษณะสถานที่จำหน่ายอาหารในโรงเรียน
bulletปฎิทินโรงเรียนอนุบาลฉัตรเฉลิม 2559-2560
dot
บทความดี..ดีสำหรับลูกรัก
dot
bulletเมื่อลูกไม่ยอมไปโรงเรียน
bulletเลือกโรงเรียนอนุบาลให้ลูก
bulletเล่นเพื่อการเรียนรู้
bulletเด็กดื้อ
bulletให้นมตามใจหรือตามเวลา
bulletการดูแลลูกในวัยประถม
dot
เอกสารดาวน์โหลด
dot
bulletแบบฟอร์มการชำระเงินค่าเรียน
dot
รายชื่อนักเรียน เรียนต่อประถม 1
dot
bulletปี 2559




จินตนาการเด็กต้องสร้างผ่าน"หนังสือ" ไม่ใช่แท็บเล็ต article

 

   ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนังสือเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของเด็กๆ แต่ในวัยที่ลูกยังอ่านหนังสือไม่คล่อง หนังสือภาพอาจเข้ามาช่วยพัฒนาจินตนาการของเขาได้

http://www.manager.co.th/images/blank.gif

 

หนังสือภาพสำหรับเด็ก (Picture book for children) คือ หนังสือที่ผู้ใหญ่อ่านให้เด็กฟัง ขณะที่เด็กฟังเสียงผู้ใหญ่นั้น สายตาของเด็กจะไล่ดูภาพในหนังสือตรงหน้า หากเป็นหนงสือภาพที่ดีแล้ว ภาพในสายตาของเด็กกับเสียงของผู้ใหญ่อ่านให้ฟังจะผสานกลมกลืนจนเกิดเป็นภาพต่อเนื่องเคลื่อนไหวในสมองเด็ก ซึ่งจะช่วยสร้างพลังจินตนาการได้เต็มเปี่ยม
       
       
หนังสือภาพที่ดีสำหรับเด็กวัย 4-6 ขวบ คือ หนังสือที่ภาพและเรื่องประสานกลมกลืนกันดี หากภาพและเรื่องไม่ประสานกัน เด็กจะไม่มีอารมณ์ร่วมกับหนังสือภาพเล่มนั้นเวลาเด็กดูหนังสือภาพมิได้ดูอย่างคนภายนอก แต่สมมติตัวเองเป็นตัวละครหนึ่งในเรื่อง และเข้าไปอยู่ในเรื่องด้วย ดังนั้นเรื่องที่ได้ยินจากหูต้องเป็นภาษาและจังหวะที่ประสานกับภาพ ซึ่งเด็กมองดูด้วยตา
       
       ดังนั้น ภาพของหนังสือภาพเพื่อเด็กที่ดี ต้องเป็นภาพที่เล่าเรื่องได้ เมื่อพลิกดูภาพโดยไม่อ่านคำบรรยายก็เข้าใจโครงเรื่องทั้งหมด ศิลปินผู้วาดภาพที่ดีจะเน้นที่รายละเอียด แม้คำบรรยายไม่มีระบุไว้ ศิลปินก็ส่งภาษาถึงเด็กด้วยภาพ ซึ่งเด็กจะชอบหนังสือภาพแบบนี้มาก
       
       
เลือกหนังสือภาพอย่างไร สำหรับเด็ก 4-6 ขวบ
       
       เมื่อเด็กอายุ 4 ขวบ ความสามารถทางภาษาของเด็กจะพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ความชอบของเด็กแต่ละคนก็แตกต่างกันอย่างชัดเจน การเลือกหนังสือภาพจึงยากขึ้น เด็กวัยนี้เป็นวัยแห่งการสร้างพื้นฐานด้านจินตนาการสร้างสรรค์ เมื่อเด็กฟังนิทานทางหูและเข้าไปอยู่ในโลกของนิทาน ในหัวก็จะวาดภาพไปตามเรื่องราวที่ได้ยิน
       
       ภาษาเล่าเรื่องเป็นภาษาที่มองด้วยตาไม่เห็น แต่เมื่อเด็กได้ฟังนิทาน ภาพของตัวละครในนิทานจะปรากฏขึ้นได้เด็กเห็นอยู่ในหัว แม้ว่าตรงหน้าเด็กจะไม่มีอะไรเลย แต่พลังของเรื่องราวที่เด็กได้ยินจะทำให้เด็กวาดภาพขึ้นเองในสมองได้
       
       
ความสามารถของเด็กในการวาดภาพขึ้นเองในสมองจากภาษาซึ่งมองด้วยตาไม่เห็นนี้ คือพลังจินตนาการสร้างสรรค์ ซึ่งจะกลายเป็นพลังเรียนรู้จากการอ่านหนังสือในอนาคต หากเด็กไม่มีประสบการณ์ในการฟัง รับรู้ และวาดภาพจินตนาการขึ้นเอง รู้จักแต่วิธีประสมอักขระ และการอ่านหนังสือออกตามตัวอักษร เด็กอ่านหนังสือออกก็จริง แต่อ่านไม่เข้าใจลึกซึ้ง

http://www.manager.co.th/images/blank.gif

       การให้เด็กเล็กอ่านหนังสือเองและวาดภาพในสมองขึ้นเองตามคำบรรยายที่เด็กต้องพยายามอ่านเองนั้น เป็นงานที่ยากและหนักมาก ถ้าหากผู้ใหญ่เป็นผู้อ่านให้ฟัง เด็กฟังเรื่องราวทางหู ส่วนสายตาก็ไล่ดูภาพในหนังสือภาพไปตามคำบรรยาย และวาดภาพที่เหลือขึ้นเองในหัว เด็กจะเข้าใจได้ง่ายกว่า และวิธีการนี้ช่วยให้เด็กสร้างพลังจินตนาการได้ดีกว่าด้วย
       
       เมื่อเด็กๆ อายุเพิ่มเป็น 5-6 ขวบ เด็กในวัยนี้ชอบหนังสือภาพนิทานและเรื่องเล่าที่ยาวขึ้น เด็กต้องการฟังนิทานมาก แต่ไม่ควรซื้อหนังสือภาพนิทานให้มากมายจนอ่านแทบไม่ทัน บางครั้งเด็กก็อยากให้อ่านหนังสือภาพนิทานเล่มเดียวทุกคืน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ติดต่อกันหลายสัปดาห์ แสดงว่าเด็กชอบนิทานเล่มนี้มากเป็นพิเศษ และการค้นหาหนังสือที่ชอบมากเป็นพิเศษนี้ นับว่ามีความหมายมากต่อเด็ก เปรียบได้กับการค้นพบขุมทรัพย์อันล้ำค่าทีเดียว
       
       
พ่อแม่ผู้อ่านอาจรู้สึกเบื่อ ที่ต้องอ่านเรื่องเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ขอให้อดทนอ่านเพื่อลูก เด็กบางคนจดจำคำบรรยายอันยาวเหยียดได้ทั้งเล่ม ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากต่อพัฒนาการทางด้านภาษาของเด็ก ซึ่งประสบการณ์นี้ เด็กจะไม่ได้รับในโรงเรียน แม้แต่ในชั่วโมงสอนภาษา ก็สอนเด็กไม่ได้ลึกซึ้งฝังใจเหมือนภาษาของหนังสือนิทาน
       
       อย่างไรก็ดี หนังสือภาพเพื่อเด็กมิใช่หนังสือที่ให้ประโยชน์ต่อเด็กในทันที แต่เป็นหนังสือที่ให้ความสุขและความสนุกแก่เด็ก และช่วยจุดประกายความสนใจหนังสือขึ้นในใจเด็ก หนังสือภาพเพื่อเด็กมิใช่หนังสือสำหรับเด็กอ่านเอง แต่เป็นหนังสือที่ผู้ใหญ่อ่านให้เด็กฟัง เป็นสื่อกลางสร้างความสุขในครอบครัว และสร้างพื้นฐานด้านมนุษยสัมพันธ์ให้เด็ก
       
       หนังสือภาพที่เด็กชอบมาก ควรอ่านให้ฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่าเท่าที่เด็กร้องขอ เพราะเป็นพื้นฐานของการสร้างความสามารถในการอ่านและพลังทางภาษา เมื่ออ่านหนังสือภาพจบแล้ว ไม่ต้องตั้งคำถามหรือทดสอบความเข้าใจลูกเหมือนครูในโรงเรียน นอกจากลูกจะถามขึ้นเองจึงอธิบายให้ฟัง
       
       
แม้ว่าเด็กจะได้ฟังนิทานจากโรงเรียนอนุบาลทุกวันแล้วก็ตาม ความสุขที่เด็กได้รับก็ไม่เหมือนการนั่งบนตักพ่อแม่และฟังนิทานจากหนังสือภาพที่พ่อแม่อ่านให้ฟังด้วยความรัก ห้วงเวลานี้เป็นเวลาที่หัวใจเด็กเปิดกว้าง รับฟังเสียงของพ่อแม่และรับรู้ความรักของพ่อแม่อย่างเต็มเปี่ยม พ่อแม่ไม่ควรละเลยเวลาอันมีค่ายิ่งนี้ แม้ธุรกิจการงานจะมากสักเพียงใด ก็ต้องสละเวลาอ่านหนังสือให้ลูกฟังอย่างน้อยวันละ    5-10 นาทีก็ยังดี แล้วพ่อแม่จะได้รับผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าในอนาคตค่ะ
       




บทความดี ๆ สำหรับลูกรัก

บทบาทสมมติ สำคัญอย่างไรต่อเด็ก article
สอนลูกรักเป็นคนรู้จักให้ article
ฝึกระเบียบให้ลูกรัก article
รายชื่อโรงเรียนที่รับสมัครนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2557
ลูกไม่ยอมไปโรงเรียน
เลือกโรงเรียนอนุบาลให้ลูก article
เล่นเพื่อการเรียนรู้... article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

โรงเรียนอนุบาลฉัตรเฉลิม
1/101 ซ.ชินเขต 1/19  ถ.งามวงศ์วาน  แขวงทุ่งสองห้อง  เขตหลักสี่   กรุงทพมหานคร10210 
โทร.0-2589-2810, 0-2589-5240  Fax.  0-2591-0312
www.chatchalerm.com    E-mail. chatchalerm@live.com
                                

****