ReadyPlanet.com
dot dot
bulletหน้าบ้าน
bulletบ้านของเรา
bulletปรัชญาโรงเรียน
bulletวิสัยทัศน์
bulletเป้าหมาย
bulletบุคลากร
bulletมื้ออร่อย
bulletติดต่อเรา
bulletแผนที่
dot
ข่าวสาร
dot
bulletคุณภาพน้ำประปาโรงเรียน
bulletผลการตรวจสุขลักษณะสถานที่จำหน่ายอาหารในโรงเรียน
bulletปฎิทินโรงเรียนอนุบาลฉัตรเฉลิม 2559-2560
dot
บทความดี..ดีสำหรับลูกรัก
dot
bulletเมื่อลูกไม่ยอมไปโรงเรียน
bulletเลือกโรงเรียนอนุบาลให้ลูก
bulletเล่นเพื่อการเรียนรู้
bulletเด็กดื้อ
bulletให้นมตามใจหรือตามเวลา
bulletการดูแลลูกในวัยประถม
dot
เอกสารดาวน์โหลด
dot
bulletแบบฟอร์มการชำระเงินค่าเรียน
dot
รายชื่อนักเรียน เรียนต่อประถม 1
dot
bulletปี 2559




เด็กดื้อ

เด็กดื้อ

สาเหตุที่ทำให้เด็กดื้อ

ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจพัฒนาการของเด็ก เด็กในช่วงวัย 3-4 ปี เป็นวัยดื้อหรือวัยต่อต้าน โดยธรรมชาติ และเป็นช่วงที่เด็กรู้จักช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง รู้จักพูดหรือบอกความต้องการ และทำตามคำสั่งได้ กระตือรือร้นในการเรียนรู้สิ่งรอบตัวผ่านการซึมซับในการใช้ชีวิตประจำวันชอบที่จะค้นคว้าช่วย ตัวเอง ค้นพบเองบ้าง ไม่ยอมทำตามที่ผู้ใหญ่บอกหรือชี้แนะหรือสั่งให้ทำไปเสียหมด เพราะฉะนั้นการที่เอาเด็กวัยนี้มาให้เรียนมากๆ ให้อ่าน ให้เขียน หรือท่องจำเยอะๆ นอกจากจะฝึกให้เด็กใช้ความจำ และไม่ได้ใช้ความคิดหรือรู้จักทำความเข้าใจด้วยตัวเอง สั่งงานมากๆ เลยพาลให้เด็กต่อต้านคำสั่งไปเลย หรือการบีบบังคับให้เด็กทำในสิ่งที่เกินความสามารถของเด็ก ยังไม่เข้าใจสิ่งที่ผู้ใหญ่สั่ง หรือผู้ใหญ่ใช้วิธีคอยพร่ำพูด พร่ำเตือนจนเด็กชินชาไม่สนใจกับคำพูดของผู้ใหญ่ไปเลย

ผู้ใหญ่ดื้อดึงจะเอาชนะเด็กให้ได้ มีผู้รู้ท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า เด็กดื้อไม่มี มีแต่ผู้ใหญ่ดื้อ ผู้ใหญ่สามารถเอาชนะเด็กได้อยู่แล้ว อาจจะเอาชนะด้วยอำนาจ ชนะด้วยพลังที่แข้งแรงกว่า ด้วยประสบการณ์ หรือความเจ้าเล่ห์ การชี้ชวนให้เด็กทำตามที่ผู้ใหญ่อยากให้ทำเป็นเรื่อง ไม่ยาก ถ้าเด็กไว้ใจอยากจะเลียนแบบและอยากจะทำตามอยู่แล้ว วัย 3 – 5 ปี เป็นวัยพี่ไว้วางใจ การบีบบังคับ หรือฝืนใจบ่อย ๆ จะยิ่งทำให้เกิดการประท้วง และต่อต้าน

การตามใจมากจนเด็กเอาแต่ใจตัวเอง หรือการเลี้ยงดูที่สับสนทั้งตามใจทั้งดุว่าลงโทษเด็กจะเรียนรู้โดยผ่านการลองกระทำถูกบ้าง ผิดบ้าง ถ้าทำสิ่งใดและก่อให้เกิดเป็นความพอใจ ความสบายใจ เด็กจะทำซ้ำๆ การที่มีคนมาช่วยทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ตั้งแต่การอาบน้ำ แปรงฟันทานข้าว ฯลฯ จนทำให้เด็กติดอยู่กับความรักสบายเสียแล้ว พอโตขึ้นพ่อแม่จะเคี่ยวเข็ญให้เด็กลุกขึ้นมาช่วยเหลือตัวเอง ก็ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนร่วมกับการลดความช่วยเหลือลง และลดการตามใจเด็ก เด็กที่เรียนรู้ว่าทำความไม่พอใจ และแสดงการอาละวาดออกมา สุดท้ายก็ไม่ต้องทำตามที่แม่สั่งให้ทำ และสิ่งที่แม่อยากให้ช่วยตัวเองนั้นมันเหนื่อยยาก สู้ใช้วิธีเดิมที่มีคนทำให้ไม่ได้ พ่อแม่ที่ไม่เข้าใจพื้นฐานและปัญหาหลายท่าน พอเด็กไม่ยอมทำก็บีบบังคับจนเด็กโกรธและอาละวาดออกมา พ่อแม่กลับมาใจอ่อนเห็นว่าลูกร้องไห้ เหนื่อยมากหงุดหงิด กลับมาทำให้เด็กอีก ทำเช่นนี้สลับไปสลับมาก็เท่ากับสอนเด็กโดยไม่ต้องพูดเลยว่า ไม่จำเป็นต้องทำตามที่แม่บอกทุกครั้ง

เด็กมีความรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่รัก หรือคำพูดของพ่อแม่นั้นเชื่อถือไม่ได้ พ่อแม่พูด แต่ส่วนใหญ่ไม่ทำตามที่พูด สุดท้ายเด็กก็ขาดความไว้วางใจหรือไม่เชื่อถือคำพูด ยิ่งพ่อแม่แสดงความรุนแรงออกมา เด็กก็จะยิ่งเพิ่มการต่อต้านขึ้น

ผลของการดื้อดึงถ้าเด็กต่อต้านไม่ทำตามคำสั่งของผู้ใหญ่บ่อยๆ โดยทำเป็นหูทวนลม ไม่สนใจ สุดท้ายจะติดเป็นนิสัย ส่งผลให้ไม่สามารถปฏิบัติตามกฏเกณฑ์ ของที่บ้านและที่โรงเรียนได้ ทำให้เด็กมีโอกาสทำผิดกฏเกณฑ์ทางสังคมได้ สุดท้ายจะขาดคนรักและเมตตา

 

วิธีการป้องกัน

ทำความเข้าใจเด็ก และพัฒนาการตามวัย ว่าแต่ละวัยเด็กจะมีลักษณะอย่างไรในด้านต่าง ๆ เช่น พฤติกรรมการเรียนรู้ ความสามารถ ฯลฯ

พิจารณาดูเทคนิควิธีการที่พ่อแม่ใช้กับลูกว่าเข้าข่ายตามใจมากไปหรือเปล่า บีบบังคับมากไป กังวลมากเกินไป บริการให้เด็กมากไป ขึ้น ๆ ลง ๆ ไปตามอารมณ์ของพ่อแม่ หรือพ่อแม่ใช้วิธีการคนละทิศคนละทาง ทำให้เด็กสับสน งานนี้เป็นงานที่ยากที่สุด เพราะมนุษย์เรามักจะเข้าข้างตนเองอยู่เสมอ การเปิดใจให้กว้างฟังความคิดเห็นของคนรอบข้างจะเป็นวิธีหนึ่งที่พ่อแม่จะได้เข้าใจเทคนิค และวิธีการของตัวคุณเอง และปรับปรุงให้เหมาะกับพัฒนาการของเด็ก

เป็นแบบอย่างในพฤติกรรมที่เหมาะสม และควรกำหนดกฏเกณฑ์และวางขอบเขตของการกระทำของเด็ก เมื่อเราสอนให้เด็กพูดได้ เราก็ต้องสอนให้เด็กรู้จักพูดอย่างพอเหมาะเมื่อเราสอนให้เด็กเล่นก็ต้องสอนให้เล่นอย่างเหมาะสม อยู่ในกฏเกณฑ์ที่ทุกคนยอมรับ ถ้าเด็กแสดงพฤติกรรมใด ๆ ออกมาก็ต้องปรับพฤติกรรมนั้นให้แสดงออกอย่างเหมาะสม ถูกกาละเทศะ การสอนให้เด็กเรียนรู้ขอบเขตของการกระทำ สุดท้ายจะทำให้เด็กรู้ถึงความเหมาะสม ไปพร้อมกันชี้ชวน แต่ไม่บีบบังคับ ให้โอกาสฝึกฝน โดยปรับสิ่งแวดล้อมให้เหมาะกับตัวเด็ก ชื่นชมเมื่อเด็กอยากทำและทำได้เพิ่มขึ้น

แสดงความรักอย่างเปิดเผย และไม่เอามาเกี่ยวข้องกับการฝึกฝนเด็กในด้านต่าง ๆ

การรักษา

รักษาที่สาเหตุ อย่าปล่อยปัญหาไว้นาน เพราะจะทำให้เด็กเกิดเป็นความเคยชินติดเป็นนิสัยและแสดงพฤติกรรมต่อต้าน ไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่ เป็นผลเสียต่อการเรียนการอยู่ในสังคมและการทำงานอันยาวนาน

ใช้เทคนิดเช่นเดียวกับวิธีการป้องกันปัญหาโดยต้องเข้าใจว่ากว่าจะเปลี่ยนพฤติกรรมที่ดื้อดึงได้ นั้นต้องอาศัยเวลา ความสม่ำเสมอของพ่อแม่ และเทคนิคที่เหมาะสม โดยทั่วไปจะใช้เวลา 3–6 เดือน

ถ้าแก้ไขไม่ได้ให้พาเด็กไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาอย่างจริงจัง

พ.ญ.วินัดดา ปิยะศิลป์ กลุ่มงานจิตเวชเด็กและวัยรุน

โครงการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี

 



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด






Copyright © 2010 All Rights Reserved.

โรงเรียนอนุบาลฉัตรเฉลิม
1/101 ซ.ชินเขต 1/19  ถ.งามวงศ์วาน  แขวงทุ่งสองห้อง  เขตหลักสี่   กรุงทพมหานคร10210 
โทร.0-2589-2810, 0-2589-5240  Fax.  0-2591-0312
www.chatchalerm.com    E-mail. chatchalerm@live.com
                                

****